วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์


  • Week 4 โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ (ภาษา Java )


Java คืออะไร???
            Java หรือ Java programming language คือภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ พัฒนาโดย เจมส์ กอสลิง และวิศวกรคนอื่นๆ ที่บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ภาษานี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้แทนภาษาซีพลัสพลัส C++ โดยรูปแบบที่เพิ่มเติมขึ้นคล้ายกับภาษาอ็อบเจกต์ทีฟซี (Objective-C) แต่เดิมภาษานี้เรียกว่า ภาษาโอ๊ก (Oak) ซึ่งตั้งชื่อตามต้นโอ๊กใกล้ที่ทำงานของ เจมส์ กอสลิง แล้วภายหลังจึงเปลี่ยนไปใช้ชื่อ “จาวา” ซึ่งเป็นชื่อกาแฟแทน จุดเด่นของภาษา Java อยู่ที่ผู้เขียนโปรแกรมสามารถใช้หลักการของ Object-Oriented Programming มาพัฒนาโปรแกรมของตนด้วย Java ได้ภาษา Java เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมที่สนับสนุนการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ( OOP : Object-Oriented Programming) โปรแกรมที่เขียนขึ้นถูกสร้างภายในคลาส ดังนั้นคลาสคือที่เก็บเมทอด (Method) หรือพฤติกรรม (Behavior) ซึ่งมีสถานะ (State) และรูปพรรณ (Identity) ประจำพฤติกรรม (Behavior)



เจมส์ กอสลิง 
( ผู้พัฒนาภาษาจาวา : Java )


ข้อดีของ ภาษา Java

- ภาษา Java เป็นภาษาที่สนับสนุนการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุแบบสมบูรณ์ ซึ่งเหมาะสำหรับพัฒนาระบบที่มีความซับซ้อน การพัฒนาโปรแกรมแบบวัตถุจะช่วยให้เราสามารถใช้คำหรือชื่อต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระบบงานนั้นมาใช้ในการออกแบบโปรแกรมได้ ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น


- โปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยใช้ภาษา Java จะมีความสามารถทำงานได้ในระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน ไม่จําเป็นต้องดัดแปลงแก้ไขโปรแกรม เช่น หากเขียนโปรแกรมบนเครื่อง Sun โปรแกรมนั้นก็สามารถถูก compile และ run บนเครื่องพีซีธรรมดาได้


- ภาษาจาวามีการตรวจสอบข้อผิดพลาดทั้งตอน compile time และ run time ทำให้ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในโปรแกรม และช่วยให้ debug โปรแกรมได้ง่าย


- ภาษาจาวามีความซับซ้อนน้อยกว่าภาษา C++ เมื่อเปรียบเทียบ code ของโปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยภาษา Java กับ C++ พบว่า โปรแกรมที่เขียนโดยภาษา Java จะมีจํานวน code น้อยกว่าโปรแกรมที่เขียนโดยภาษา C++ ทำให้ใช้งานได้ง่ายกว่าและลดความผิดพลาดได้มากขึ้น


-  ภาษาจาวาถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูงตั้งแต่แรก ทำให้โปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยจาวามีความปลอดภัยมากกว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้น ด้วยภาษาอื่น เพราะ Java มี security ทั้ง low level และ high level ได้แก่ electronic signature, public and private key management, access control และ certificates


- มี IDE, application server, และ library ต่าง ๆ มากมายสำหรับจาวาที่เราสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำให้เราสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการซื้อ tool และ s/w ต่าง ๆ


ข้อเสียของ ภาษา Java

- ทำงานได้ช้ากว่า native code (โปรแกรมที่ compile ให้อยู่ในรูปของภาษาเครื่อง) หรือโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาอื่น อย่างเช่น C หรือ C++ ทั้งนี้ก็เพราะว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาจาวาจะถูก แปลงเป็นภาษากลางก่อน แล้วเมื่อโปรแกรมทำงานคำสั่งของภาษากลางนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นภาษาเครื่องอีกทีหนึ่ง ทีละคำสั่ง (หรือกลุ่มของคำสั่ง) ณ run time ทำให้ทำงานช้ากว่า native code ซึ่งอยู่ในรูปของภาษาเครื่องแล้วตั้งแต่ compile โปรแกรมที่ต้องการความเร็วในการทำงานจึงไม่นิยมเขียนด้วยจาวา

 - tool ที่มีในการใช้พัฒนาโปรแกรมจาวามักไม่ค่อยเก่ง ทำให้หลายอย่างโปรแกรมเมอร์จะต้องเป็นคนทำเอง ทำให้ต้องเสียเวลาทำงานในส่วนที่ tool ทำไม่ได้ ถ้าเราดู tool ของ MS จะใช้งานได้ง่ายกว่า และพัฒนาได้เร็วกว่า (แต่เราต้องซื้อ tool ของ MS และก็ต้องรันบน platform ของ MS)


จุดเด่นของภาษาจาวา
–  ความง่าย (simple)
–  ภาษาเชิงออปเจ็ค (object oriented)
–  การกระจาย (distributed)
–  การป้องกันการผิดพลาด (robust)
–  ความปลอดภัย (secure)
–  สถาปัตยกรรมกลาง (architecture neutral)
–  เคลื่อนย้ายง่าย (portable)
–  อินเตอร์พรีต (interpreted)
–  ประสิทธิภาพสูง (high performance)
–  มัลติเธรด (multithreaded)
–  พลวัต (dynamic)

การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Java ประกอบด้วยขั้นตอนการทำงานทั้งหมด 3 ขั้นตอน ดังนี้

  - ขั้นตอนที่ 1 สร้างโปรแกรมซอร์สโค้ด โดยการพิมพ์คำสั่งต่างๆ ตามหลักการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Java โดยใช้เอดิเตอร์ (Editor) หรือโปรแกรมที่สามารถพิมพ์ข้อความ (Text Editor) และสามารถบันทึกไฟล์เป็นรหัสแอสกี (ASCII) ได้ เช่น โปรแกรม Notepad หรือ โปรแกรม Editplus เป็นต้น หลังจากเขียนโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องทำการบันทึกข้อมูลเป็นไฟล์ที่มีชื่อเดียวกันกับชื่อคลาสของ Java และใช้นามสกุลไฟล์เป็น java ตัวอย่างเช่น TestJava.java         



     - ขั้นตอนที่ 2 คอมไพล์โปรแกรมซอร์สโค้ด โดยการใช้คำสั่ง javac.exe ที่มากับการติดตั้ง JDK แล้ว มีรูปแบบคำสั่ง คือ javac  FileName.java เมื่อ FileName.java คือ ชื่อไฟล์ใดๆ ที่มีนามสกุล java  ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ผลลัพธ์ที่ได้จากการคอมไพล์ จะได้ไฟล์ไบต์โค้ดที่ชื่อเดียวกับชื่อคลาส ตัวอย่างเช่น  javac  TestJava.java หลังจากการคอมไพล์จะได้ไฟล์ TestJava.class ข้อสำคัญในการคอมไพล์ไฟล์ซอร์สโค้ด คือต้องพิมพ์ชื่อไฟล์พร้อมนามสกุลเป็น java เสมอ และต้องพิมพ์ชื่อไฟล์ด้วยตัวอักษรตัวใหญ่หรือตัวเล็กให้ถูกต้องตามการตั้งชื่อคลาส 

       - ขั้นตอนที่ 3 ทำการรันโปรแกรม เพื่อดูผลลัพธ์ทางจอภาพโดยการรันไฟล์ไบต์โค้ด โดย  การใช้คำสั่ง javac.exe ที่มากับการติดตั้ง JDK แล้วซึ่งมีรูปแบบคำสั่งคือ java  FileName เมื่อ FileName คือ ชื่อไฟล์ใดๆ ไม่ต้องมีนามสกุล           
         ดังนั้นการรันโปรแกรมเพียงแค่พิมพ์ชื่อไฟล์ไม่ต้องพิมพ์นามสกุลของไฟล์ และต้องพิมพ์ชื่อไฟล์ด้วยตัวอักษรตัวใหญ่หรือตัวเล็กให้ถูกต้องตามชื่อคลาส  ตัวอย่างเช่น  java  TestJava  เมื่อ TestJava  คือชื่อไฟล์ TeatJava.class
 
         Credit :  http://settawut123456.blogspot.com/2013/05/java.html
           :  https://nongtha57.wordpress.com

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Social Network กับนักเรียนและสังคมไทย




  •  Week 3  Social  Network กับนักเรียนและสังคมไทย

คงต้องยอมรับกันทั่วไปแล้วว่า คนไทยสมัยนี้ไม่แพ้(ชาติใด)ใครแล้ว ในเรื่องความทันสมัยเกี่ยวกับไอที มีอะไรใหม่ในโลกไซเบอร์หรือไอที คนไทยสมัยนี้ก็สามารถมีส่วนในการเข้าใช้ไม่แพ้ใคร



นับตั้งแต่มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ค สร้าง Facebook ขึ้นมาในโลกออนไลน์ ผู้คนทั่วโลกหลากหลายอาชีพก็พร้อมใจกันใช้แอพฯตัวนี้ เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างกัน กลายเป็น "โซเชียลเน็ตเวิร์ค"ยอดฮิตติดลมบนไปเลย ตามสถิติปรากฏว่ามีผู้ใช้ทั่วโลกประมาณกว่าพันล้านบัญชี  




โซเชียลเน็ตเวิร์คอีกตัวที่กำลังมาแรง แต่ไม่สามารถจะแซง Facebook ได้คือ Line แอพฯตัวนี้สร้างขึ้นโดยชาวเกาหลี แล้วไปโด่งดังที่ญี่ปุ่น แล้วปัจจุบันนอกจากชาวเอเชียจะนิยมเล่นกันแล้ว ยังเป็นที่นิยมเล่นกันทั่วโลกทีเดียว ความจริงฟีเจอร์ของ "ไลน์" ยังมีลูกเล่นน้อยกว่า เฟศบุ๊ค หลายอย่าง เพราะใช้เพียงแชทคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเท่านั้น ถึงจะมีลูกเล่นมาเสริมบ้างคือมีสติ๊กเกอร์มาแจม ก็เหมาะสำหรับวัยรุ่นที่ชอบความสวยงามแปลกใหม่


  • ประโยชน์ของ Social Network
บริษัทต่างๆเริ่มหันมาใช้ Blog ในการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการมากขึ้น เนื่องจากจัดการใช้งาน และอัพเดทให้ทันสมัยได้ง่าย อีกทั้งยังเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดี เพราะ Blog ส่วนใหญ่จะสำรวจและแยกประเภทความสนใจของสมาชิกอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูก และสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทกับลูกค้าผ่านข้อความแสดงความคิดเห็นได้อีกด้วย



ข้อดีของ Social Network

  • สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในสิ่งที่สนใจร่วมกันได้
  • เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ หรือตั้งคำถามในเรื่องต่างๆ เพื่อให้บุคคลอื่นที่สนใจหรือมีคำตอบได้ช่วยกันตอบ
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น สะดวกและรวดเร็ว
  • เป็นสื่อในการนำเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รูปภาพ วีดิโอต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่นได้เข้ามารับชมและแสดงความคิดเห็น
  • ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้าสำหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
  • ช่วยสร้างผลงานและรายได้ให้แก่ผู้ใช้งาน เกิดการจ้างงานแบบใหม่ๆ ขึ้น
  • คลายเคลียดได้สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหาเพื่อนคุยเล่นสนุกๆ
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีจากเพื่อนสู่เพื่อนได้


ข้อเสียของ Social Network


  • เว็บไซต์ให้บริการบางแห่งอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป หากผู้ใช้บริการไม่ระมัดระวังในการกรอกข้อมูล อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำมาใช้ในทางเสียหาย หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้
  • Social Network เป็นสังคมออนไลน์ที่กว้าง หากผู้ใช้รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือขาดวิจารณญาณ อาจโดนหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต หรือการนัดเจอกันเพื่อจุดประสงค์ร้าย ตามที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์
  • เป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้าง เพราะ Social Network Service เป็นสื่อในการเผยแพร่ผลงาน รูปภาพต่างๆ ของเราให้บุคคลอื่นได้ดูและแสดงความคิดเห็น
  • ข้อมูลที่ต้องกรอกเพื่อสมัครสมาชิกและแสดงบนเว็บไซต์ในรูปแบบ Social Network ยากแก่การตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ดังนั้นอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่กำหนดอายุการสมัครสมาชิก หรือการถูกหลอกโดยบุคคลที่ไม่มีตัวตนได้
  • ผู้ใช้ที่เล่น social  network และอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานอาจสายตาเสียได้หรือบางคนอาจตาบอดได้      
  • ถ้าผู้ใช้หมกหมุ่นอยู่กับ social  network มากเกินไปอาจทำให้เสียการเรียนหรือผลการเรียนตกต่ำลงได้
  • จะทำให้เสียเวลาถ้าผู้ใช้ใช้อย่างไร้ประโยชน์


ข้อดี - ข้อเสีย ของ Social  Network 



Credit : https://www.youtube.com/watch?v=PgrFRe-l8cI
  : http://www.thaigoodview.com/library/contest2553/type1/tech03/26/benefit.html

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เรื่องราวที่นักเรียนสนใจ

   Week 2  เรื่องราวที่นักเรียนสนใจ 
Got 7

  • ประวัติส่วนตัว                                                                         


  
เจ้าของตำแหน่งหัวหน้าวง JB รับหน้าที่พิเศษเป็นเจ้าของภาพลักษณ์ด้านความชิค เคยมีผลงานเพลงในฐานะสมาชิก JJ Project มาแล้วก่อนหน้านี้

ชื่อ : JB (Im Jae Bum) อิมแจบอม
วันเกิด : 6 มกราคม 1994
ส่วนสูง : 179 ซม. 
น้ำหนัก : 66 กก. 
การศึกษา : Konkuk University's Film Department
กรุ๊ปเลือด : A





 แม้จะหน้าเด็ก แต่หนุ่มคนนี้ก็เป็นสมาชิกที่อายุมากที่สุดในวง มาร์คมาจาก LA สหรัฐอเมริกา และกำลังเรียนภาษาเกาหลีอยู่

ชื่อ : Mark (Mark Yl-En Tuan) มาร์ค ต้วน
วันเกิด : 4 กันยายน 1993
ส่วนสูง : 175 ซม.
น้ำหนัก : 59 กก. 
การศึกษา : จบการศึกษาเกรด 10 จาก Arcadia High School (California)
กรุ๊ปเลือด : A




ก่อนมาเดบิวท์เป็นไอดอลที่เกาหลี แจ็คสัน มีดีกรีเป็นนักกีฬาฟันดาบทีมชาติฮ่องกงเป็นเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง ในวง GOT7 เขามีหน้าที่แร็พและ martial arts tricking

ชื่อ : Jackson (Jackson Wang) แจ็คสัน หวัง
วันเกิด : 28 มีนาคม 1994
ส่วนสูง : 174 cm
 น้ำหนัก : 63 kg 
การศึกษา : จบการศึกษาเกรด 11 จาก American International School
กรุ๊ปเลือด : O





อีกหนึ่งหนุ่มที่เคยมีผลงานมาแล้วในฐานะ JJ Project ก่อนหน้านี้ Jr. มีหน้าที่แร็พและแสดงความน่ารัก แต่ตอนนี้ในฐานะสมาชิก GOT7 เขาเป็นสมาชิกที่ทำหน้าที่ทั้งร้อง เต้น และเป็นพลังให้กับทีม

ชื่อ : Jr. (Park Jin Young) ปาร์คจินยอง
วันเกิด : 22 กันยายน 1994
ส่วนสูง : 178 ซม. 
น้ำหนัก : 63 กก. 
การศึกษา : จบการศึกษาจาก Kyunggi High School
กรุ๊ปเลือด : O


 

หนุ่มน้อยจากมกโพ เจ้าของตำแหน่งนักร้องนำ ยองแจ เพิ่งเข้ามาอยู่ใน JYP ได้เพียง 7 เดือน และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายที่เข้าร่วมวง GOT7 

ชื่อ :  (Choi Young Jae)  ชเวยองแจ
วันเกิด : 17 กันยายน 1996
ส่วนสูง : 175 ซม.
น้ำหนัก : 59 kg
การศึกษา : Korea Art High School
กรุ๊ปเลือด : B




หนุ่มไทยผู้มีความฝันจะเป็นเวิร์ลสตาร์แบบเรน แบมแบม มีหน้าที่แร็พในวงและคิดว่าตัวเองเป็นคนที่น่ารักที่สุดใน GOT7

ชื่อ :  (BamBam)   แบมแบม กันต์พิมุก ภูวกุล 

วันเกิด : 2 พฤษภาคม 1997

ส่วนสูง : 170 cm

น้ำหนัก : 52 kg 

การศึกษา : โรงเรียนปราโมทย์วิทยา

กรุ๊ปเลือด : B







   มักเน่ของวง (สมาชิกที่อายุน้อยที่สุด) ถึงแม้จะดูภายนอกจะไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่ คิมยูคยอม รับหน้าที่เต้น ร้อง และแร็พ ใน GOT7   เขาชอบเต้นและมั่นใจในเรื่อง street dance ของตัวเองมาก

ชื่อ :  (Kim Yuyeom)  คิมยูคยอม
  วันเกิด : 17 พฤศจิกายน 1997
ส่วนสูง : 180 ซม.
น้ำหนัก : 64 กก.
การศึกษา : street dance in Hallim High School of Performing Arts
กรุ๊ปเลือด : A



ผลงานที่ผ่านมา

  • เพลง Girl  Girl  Girl





  •  เพลง A




  • เพลง stop  stop  it



Credit : http://musicstation.kapook.com/view80432.html
                      https://www.youtube.com/watch?v=eISomx-VMow
           
                      https://www.youtube.com/watch?v=2sAoKmg7qPI
                      
                      https://www.youtube.com/watch?v=R_DX64EwH9M

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เทคโนโลยีกับชีวิตประจำวัน


  •   Week 1 เทคโนโลยีสารสนเทศกับชีวิตประจำวัน
         

  • นิยามเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
    คำว่าเทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติ กฎเกณฑ์ของสิ่งต่าง ๆ และหาทางนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีจึงเป็นค้าที่มีความหมายกว้างไกล เป็นคำที่เราได้พบเห็นและได้ยินอยู่ตลอดมา   ส่วนคำว่าสารสนเทศ หมายถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคนตั้งแต่เกิดมาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เรียนรู้สภาพสังคมความเป็นอยู่ กฎเกณฑ์และวิชาการ ลองจินตนาการดูว่าภายในสมองของเราเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เราคงตอบไม่ได้ แต่สามารถเรียกเอาข้อมูลมาใช้ได้ ข้อมูลที่เก็บไว้ในสมองเป็นสิ่งที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน ความรอบรู้ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับการเรียกใช้ข้อมูลนั้น ดังนั้นจะเห็นได้ชัดความรู้เกิดจากข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทุกวันนี้มีข้อมูลรอบตัวเรามาก ข้อมูลเหล่านี้มาจากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล จึงมีผู้กล่าวว่ายุคนี้เป็นยุคของสารสนเทศ



  • เครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน
             พวกเราลองจินตนาการดูว่า   พวกเราเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้านใดบ้างจากตัวอย่างต่อไปนี้ เมื่อตื่นนอนเราอาจได้ยินเสียงจากวิทยุ ซึ่งกระจายเสียงข่าวสารหรือเพลงไปทั่ว พวกเราใช้โทรศัพท์สื่อสารกับเพื่อน ดูรายการทีวี วีดีโอเมื่อมาโรงเรียนเดินทางผ่านถนนที่มีระบบไฟสัญญาณที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ถ้าไปศูนย์การค้า ขึ้นลิฟต์ ขึ้นบันไดเลื่อนซึ่งควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ ที่บ้านเรา เราอาจอยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศที่ควบคุมอุณหภูมิโดยอัตโนมัติ คุณแม่ทำอาหารด้วยเตาอบซึ่งควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า จะเห็นว่าชีวิตในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นอันมาก อุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นส่วนประกอบในการทำงาน

  •  ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
  1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในการประกอบการทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการอุตสาหกรรม จำเป็นต้องหาวิธีในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารเข้ามาช่วยทำให้เกิดระบบอัตโนมัติ เป็นต้น
  2.  เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย เมื่อมีการพัฒนาระบบข้อมูล และการใช้ข้อมูลได้ดี การบริการต่าง ๆ จึงเน้นรูปแบบการบริการแบบกระจาย ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อสินค้าจากที่บ้าน สามารถสอบถามข้อมุลผ่านทางโทรศัพท์ นิสิตนักศึกษาบางมหาวิทยาลัยสามารถใช้คอมพิวเตอร์สอบถามผลสอบจากที่บ้านได้
  3. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่จำเป็น สำหรับการดำเนินการในหน่วยงานต่าง ๆ ปัจจุบันทุกหน่วยงานต่างพัฒนาระบบรวบรวมจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในองค์การประเทศไทยมีระบบทะเบียนราษฎร์ที่จัดทำด้วยระบบ ระบบเวชระเบียนในโรงพยาบาล ระบบการจัดเก็บข้อมูลภาษี ในองค์การทุกระดับเห็นความสำคัญที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้
  4. เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องกับคนทุกระดับ พัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ดังจะเห็นได้จาก การพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ การ ใช้ตารางคำนวณ และใช้อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมแบบต่าง ๆ เป็นต้น

Credit: https://kewalinkaewwijit.wordpress.com2010/10/11/เทคโนโลยีกับชีวิตประจำ-2/